เก็บ Element บางตัวไว้ใส่กลับหลัง Campaign ผ่าน

โควิด 19

ภัยเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสโควิดก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่น่ากลัว เพราะปัจจุบันพบว่าผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานเมื่อติดเชื้อ จะมีโอกาสที่อาการป่วยหนักกว่าคนอื่น ส่งผลให้มีโอกาสเสียชีวิตมากขึ้นด้วย ซึ่งสามารถสังเกตได้จากสื่อชั้นนำที่เริ่มนำเสนอเคสผู้ป่วยที่ อายุ 20 กว่าๆ แต่ก็สามารถเสียชีวิตได้ เป็นสัญญาณที่เตือนว่าเราเพียงแค่ป้องกันอย่างเดียวคงไม่พอ 

2564 / ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 / 23/04/2564 / https:/1th.me/AWZFe(เพจ Facebook Mono29)

2563 / หมอเบาหวานเตือน!! เป็นเบาหวานแล้วติด COVID-19 มีโอกาสเสียชีวิตสูงกว่าคนทั่วไป / 23/04/2564 / https://1th.me/SH4q5

(โรงพยาบาลรามคำแหง)

2564/ผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ป่วยเบาหวาน มีประวัติไปบางแค/ 23/04/2564/ https://www.hfocus.org/content/2021/03/21293(Hfocusเจาะลึกระบบสุขภาพ)

Thitinun / 2563 / คำถาม ผู้เป็นเบาหวานมีโอกาสติดเชื้อไวรัส COVID-19 มากกว่าปกติหรือไม่ / 23/04/2564 / https://1th.me/vlzWs

(สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ)

โรคเบาหวานกับโรคหัวใจ อันตรายแค่ไหน หากติดเชื้อโควิด-19/ 23/04/2564/ https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/921515(กรุงเทพธุรกิจ)

2564 / ไทม์ไลน์4ผู้เสียชีวิตโควิด พบไทรอยด์-เบาหวาน-ความดัน/ 20/04/2564/ https://1th.me/tmYIX(เพจ Facebook Dailynews) 

จะเห็นว่าทุกข่าวล้วนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า หากเราป่วยเป็นเบาหวานเรามีโอกาสที่จะมีอาการรุนแรงกว่าคนอื่นหากเราติดโควิด ฉะนั้นเราต้องดูแลค่าน้ำตาลให้เป็นปกติโดยเร็วเพื่อไม่ให้อาการป่วยรุนแรง จนอาจเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตได้

ท่านมีอาการดังต่อไปนี้หรือไม่?

  • มีอาการเหน็บและชาตามมือและเท้า
  • มีอาการแสบ หรือเจ็บแปลบบริเวณที่ได้รับผลกระทบ
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยเฉพาะที่เท้า
  • เสียการทรงตัวและการประสานงานของอวัยวะในร่างกาย

มีอาการชามือบ่อยๆ

มีอาการชาเท้าบ่อยๆ

ถ้าใช่นั่นคือสัญญาณของการเป็น โรค ปลายประสาทอักเสบ โรคอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

     ในผู้ที่มีภาวะน้ำตาลสูงมานานหากเกิดแผลจะส่งผลให้แผลหายช้าเนื่องจากเลือดมีความหนืดจากจำนวนน้ำตาลที่สูงทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงแผลได้ แผลจึงหายช้า หรือในบางรายอาจเกิดการลุมลากจนต้องตัดอวัยวะทิ้งได้เลย

คุณกำลังมีอาการแบบนี้อยู่หรือเปล่า?

ชาปลายมือ ปลายเท้า
เหนื่อยอ่อนเพลีย
แผลหายช้า
ผิวแห้ง แตก คัน
ปัสสาวะบ่อย
ปวดหัวคล้ายไมเกรน

     ถ้าใช่แสดงว่าคุณมีโอกาสเสี่ยงมากที่จะเป็นโรคเบาหวาน โรคยอดฮิตที่คนไทยเป็นกันมากที่สุด ซึ่งมีหลายสาเหตุทั้งจากพฤติกรรมติดกินหวาน กินจุบจิบ หรือ กรรมพันธุ์ ก็ตาม ซึ่งเมื่อเริ่มเป็นมาสักระยะจะเริ่มมีอาการชาที่มือ และเท้า ในช่วงแรกๆจะเป็นแปปๆ แล้วไม่นานก็จะดีขึ้น แต่เมื่อผ่านไปสักระยะจะพบว่าจะชา บ่อยขึ้นและนาน ซึ่งอาการนี้คืออาการของโรคปลายประสาทอักเสบ

โรคปลายประสาทอักเสบคืออะไร

     ปลายประสาทอักเสบ คือ ภาวะหนึ่งของเส้นประสาทซึ่งทำหน้าที่รับคำสั่งจากสมองและไขสันหลังไปยังอวัยวะต่างๆในร่างกายเกิดความเสียหายหรือเกิดโรคบางชนิดจนทำให้เกิดอาการผิดปกติขึ้นกับอวัยวะต่างๆได้

     ผู้ป่วยเบาหวานจะมีน้ำตาลผสมกับเลือดอยู่มาก
ทำให้การลำเลียงเลือดไปอวัยวะต่างๆ เช่น ขา ตาและไต ไม่เป็นปกติ ทำให้อวัยวะขาดเลือด จนเส้นประสาทและอวัยวะนั้นเสื่อมลง อาจถึงขั้นพิการสูญเสียอวัยวะได้

หากล่อยไว้จะเกิดอะไรขึ้น?
1.อวัยวะต่างๆเสื่อมร่างกายทำงานไม่ปกติ
2.ภูมิคุ้นกันตกเสี่ยงโรคแทรกซ้อนมากมาย
3.อาจพัฒนาไปเป็นโรคเบาหวานระยะสุดท้าย
4.เบาหวานลงขา ลงไต ขึ้นตา อาจพิการและเสียชีวิตได้

     หลายๆคนอาจจะคิดว่าไม่เป็นไรรักษาได้ แต่รู้หรือไม่ว่าจากสถิติการเสียชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานนี้ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตด้วยโรคไต สาเหตุมาจากการกินยาเบาหวานเป็นระยะเวลาติดต่อกันนานๆ 

สุขภาพย่ำแย่จนไม่มีความสุข?
ใช้ชีวิตประจำวันยากเป็นภาระครอบครัว?
กลัวเป็นโรคร้าย ที่ยากเกินแก้?

อยากสุขภาพดีต้องมีตัวช่วย

Add Your Heading Text Here

ชีวา ออร์แกนิค เฮิร์บ และ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมลงนามสัญญาร่วมวิจัย ต่อยอดความสำเร็จการดูแลค่าน้ำตาลสูง ด้วยสมุนไพรไทย

 บริษัท ชีวา ออร์แกนิค เฮิร์บ จำกัด โดยนายอนัส ประทีปสุวรรณ และนายสถาพร ปานศักดิ์ กรรมการผู้ จัดการ บริษัท ชีวา ออร์แกนิค เฮิร์บ จำกัด และ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมลงนามสัญญาร่วมวิจัยเชิงวิชาการ (Collaboration Agreement)

        “ผลของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากใบเชียงดาต่อสภาวะสมดุลของกลูโคสและตัวบ่งชี้ทางเมตาบอลิกในกลุ่มเสี่ยง โรคเบาหวาน” ภายใต้โครงการพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและวิจัยของภาคเอกชนในพื้นที่ (Industrial Research and Technology Capacity Development Program: IRTC) โดย ดร.สะแกวัลย์ อุ่นใจจีน สังกัด สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากผักเชียงดาชนิดเม็ดและชนิดชาชงตราชีวาต่อระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด รวมทั้งเพื่อสำรวจพฤติกรรมการบริโภคสมุนไพรผลิตภัณฑ์ลดน้ำตาลในเลือด และ ศึกษาคุณภาพชีวิตของอาสาสมัครที่เข้าร่วมโครงการฯ โดยคาดการณ์ว่า เมื่อโครงการวิจัยเสร็จสิ้นจะได้ผลลัพธ์ 1)

       ข้อมูลองค์ประกอบทางเคมีของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากผักเชียงดา ชนิดเม็ด และ/หรือ ชนิดชง ตราชีวา 2) ผลระดับ น้ำตาลและไขมันในเลือดของอาสาสมัครก่อนและหลังรับประทานผลิตภัณฑ์จากเชียงดา แบบชนิดเม็ด ตราชีวา แบบ ทานเพียงหนึ่งชนิด และ 3) ผลระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดของอาสาสมัครก่อนและหลังรับประทานผลิตภัณฑ์จากเชียงดา แบบชนิดเม็ดและชนิดชงตราชีวา แบบการรับประทานคู่กัน ซึ่งจะช่วยยืนยันผลและสร้างความมั่นใจให้กับ ผู้บริโภค ตลอดจนเทิ่มขีดความสามรถในการแข่งขันให้กับสถานประกอบการภายใต้การสร้างความร่วมมือด้านงานวิจัย ระหว่างภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชน สมุนไพรชีวา คัดสรรการเลือกใช้เชียงดาที่ผ่านการเพาะปลูกวิธีเกษตรอินทรีย์ โดยเก็บส่วน 3 คู่แรก นับจากยอดใบของผักเชียงดาในเวลาเข้ามืดเป็นวัตถุดิบหลักในผลิตภัณฑ์ ภายใต้การสร้างความร่วมมือกับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสันมหาพนสมุนไพรอินทรีย์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานในระดับสากลจากกระทรวงกษตรประเทศสหรัฐอเมริกา และ ผลิตในโรงงานที่ได้รับมาตรฐาน GMP ใช้เครื่องจักรอันทันสมัย ควบคุมโดยบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรเฉพาะทาง เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในกระบวนการผลิตที่สะอาดและปลอดภัย ทั้งเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน พร้อมคาดหวังว่า จะช่วยส่งเสริมให้คนในชุมชนได้ยกระดับคุณภาพมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง

     แต่ปัญหาทุกอย่างมีทางออกเสมอค่ะ เพราะเมื่อไม่นานมานี้มีงานวิจัยตัวใหม่ล่าสุด ที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพการคุมน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน โดยใช้ผักเชียงดาสายพันธุ์พิเศษที่เขาได้ร่วมคิดค้นขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมีเนื้อหาบางส่วนดังนี้

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Shopping Cart