ผักเชียงดาสายพันธุ์พิเศษ ช่วยดักจับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ชีวา ออร์แกนิค เฮิร์บ และ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมลงนามสัญญาร่วมวิจัย ต่อยอดความสำเร็จการดูแลค่าน้ำตาลสูง ด้วยสมุนไพรไทย

 บริษัท ชีวา ออร์แกนิค เฮิร์บ จำกัด โดยนายอนัส ประทีปสุวรรณ และนายสถาพร ปานศักดิ์ กรรมการผู้ จัดการ บริษัท ชีวา ออร์แกนิค เฮิร์บ จำกัด และ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมลงนามสัญญาร่วมวิจัยเชิงวิชาการ (Collaboration Agreement)

        “ผลของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากใบเชียงดาต่อสภาวะสมดุลของกลูโคสและตัวบ่งชี้ทางเมตาบอลิกในกลุ่มเสี่ยง โรคเบาหวาน” ภายใต้โครงการพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและวิจัยของภาคเอกชนในพื้นที่ (Industrial Research and Technology Capacity Development Program: IRTC) โดย ดร.สะแกวัลย์ อุ่นใจจีน สังกัด สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากผักเชียงดาชนิดเม็ดและชนิดชาชงตราชีวาต่อระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด รวมทั้งเพื่อสำรวจพฤติกรรมการบริโภคสมุนไพรผลิตภัณฑ์ลดน้ำตาลในเลือด และ ศึกษาคุณภาพชีวิตของอาสาสมัครที่เข้าร่วมโครงการฯ โดยคาดการณ์ว่า เมื่อโครงการวิจัยเสร็จสิ้นจะได้ผลลัพธ์ 1)

 

       ข้อมูลองค์ประกอบทางเคมีของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากผักเชียงดา ชนิดเม็ด และ/หรือ ชนิดชง ตราชีวา 2) ผลระดับ น้ำตาลและไขมันในเลือดของอาสาสมัครก่อนและหลังรับประทานผลิตภัณฑ์จากเชียงดา แบบชนิดเม็ด ตราชีวา แบบ ทานเพียงหนึ่งชนิด และ 3) ผลระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดของอาสาสมัครก่อนและหลังรับประทานผลิตภัณฑ์จากเชียงดา แบบชนิดเม็ดและชนิดชงตราชีวา แบบการรับประทานคู่กัน ซึ่งจะช่วยยืนยันผลและสร้างความมั่นใจให้กับ ผู้บริโภค ตลอดจนเทิ่มขีดความสามรถในการแข่งขันให้กับสถานประกอบการภายใต้การสร้างความร่วมมือด้านงานวิจัย ระหว่างภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชน สมุนไพรชีวา คัดสรรการเลือกใช้เชียงดาที่ผ่านการเพาะปลูกวิธีเกษตรอินทรีย์ โดยเก็บส่วน 3 คู่แรก นับจากยอดใบของผักเชียงดาในเวลาเข้ามืดเป็นวัตถุดิบหลักในผลิตภัณฑ์ ภายใต้การสร้างความร่วมมือกับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสันมหาพนสมุนไพรอินทรีย์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานในระดับสากลจากกระทรวงกษตรประเทศสหรัฐอเมริกา และ ผลิตในโรงงานที่ได้รับมาตรฐาน GMP ใช้เครื่องจักรอันทันสมัย ควบคุมโดยบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรเฉพาะทาง เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในกระบวนการผลิตที่สะอาดและปลอดภัย ทั้งเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน พร้อมคาดหวังว่า จะช่วยส่งเสริมให้คนในชุมชนได้ยกระดับคุณภาพมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง

มาตราฐานระดับสากล

USDA ย่อมาจาก U.S. Department of Agriculture เป็นตรารับรองอาหารและผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคของสหรัฐอเมริกา ซึ่งสินค้าที่จัดเป็น Organic ตามมาตรฐาน USDA วัตถุดิที่นำมาใช้จะต้องเป็นพืชที่ไม่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรม หรือฆ่าเชื้อโรคโดยการฉายรังสี พืชที่ปลูกด้วยดินที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยมูลสัตว์ โดยเงื่อนไขสำคัญคือดินที่ใช้ปลูกต้องปลอดสารไม่ต่ำกว่า 3 ปี และห้ามใช้สารเคมี 

 “เครื่องหมายฮาลาลคือเครื่องหมายที่คณะกรรมการฝ่ายกิจการฮาลาลของคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยหรือคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดต่าง ๆ ได้อนุญาตให้ใช้กับสินค้าที่ได้ผ่านกรรมวิธีในการทำ ผสม ปรุงประกอบ หรือแปรสภาพ ตามศาสนบัญญัติ

กระบวนการผลิตของ ชีวาออแกนิค 

เราใส่ใจตั้งแต่ดินที่เราจะใช้ในการปลูกเชียงดาสายพันธุ์ของเรา โดยเราจะใช้เฉพาะดินในพื้นที่ที่มีการสำรวจแล้วว่าปลอดสารเคมีมากกว่า 10 ปี เท่านั้น ทำให้เชียงดาเรามีความเป็นออแกนิค และมีความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์คุมน้ำตาลที่เข้มข้นตามมาตราฐานที่ USD แนะนำ

การเก็บตัวใบเชียงดา เราเลือกเก็บเฉพาะ 3 คู่ใบแรกของแต่ละต้นเท่านั้น และดำเนินการเก็บโดยเกษตรกรชาวบ้านในรัฐวิสาหกิจชุมชนสันมหาพน ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพให้ชาวบ้านได้มีรายได้

โรงงานของ ชีวา ได้รับมาตราฐาน GMP Codex ซึ่งมีหลักการในการครอบคลุมตั้งแต่สถานที่ของสถานประกอบการ โครงสร้างอาคารและระบบการผลิตที่ดีและมีความปลอดภัย กระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มผลิต การจัดเก็บ ควบคุมคุณภาพ ขนส่งสู่ผู้บริโภค ตลอดจนไปถึงระบบการบันทึกข้อมูล การตรวจสอบและการจัดการเรื่องสุขอนามัย เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ในขั้นสุดท้ายมีคุณภาพและความปลอดภัย จนเป็นที่มั่นใจของผู้บริโภค

     โดยในผักเชียงดาจะมีสารที่เรียกว่า Gymnemic Acid ที่ทีฤทธิ์ในการยับยั้งการขนส่งน้ำตาลและชะลอการดูดซึมในลำไส้เล็ก  นอกจากจะมีสรรพคุณในการต้านน้ำตาลแล้วนั้น ผักเชียงดายังมีฤทธิ์เป็นยาเย็น สามารถช่วยแก้ไข้ บำรุงร่างกาย ได้ด้วยการชงดื่ม มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยชะลอความชรา แก้ท้องผูก บำรุงตับอ่อนและแก้หอบหืด โดยไม่ปัจจุบันยังไม่พบผลข้างเคียงของการบริโภคผักเชียงดา 

     อบเชย มีสรรพคุณในการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ในการย่อยแป้งหลายชนิด ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งสูงอย่างรวดเร็วหลังกินอาหาร นอกจากนี้ยังมีสารที่คล้ายกับอินซูลินทำหน้าที่ในการลดน้ำตาลในกระแสเลือด ช่วยลดอาการจุกเสียดแน่นท้อง และการชง อบเชย กับน้ำร้อนผสมน้ำแข็งในตอนเช้าจะสามารถช่วยให้อาการภูมิแพ้ดีขึ้นได้อีกด้วย

Shopping Cart